ไอน์สไตน์รำลึก

posted on 14 Mar 2006 23:13 by winry

เกือบลืมไปแล้วเชียว... ว่าวันนี้ตรงกับวันเกิดของนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังอย่างอัลเบิร์ตไอน์สไตน์ จะว่าไปแล้ว... ไอน์สไตน์เป็นหนึ่งในนักวิทย์ฯที่เราชื่นชอบมากคนหนึ่งเลยล่ะ


อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์เป็นทั้งนักคณิตศาสตร์และนักฟิสิกส์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากเป็นนักคิดค้นที่ไม่ยอมหยุดนิ่งเป็นคนที่รักความสงบมีนิสัยนอบน้อมถ่อมตน

ไอน์สไตน์ เกิดเมื่อวันที่ 14 มีนาคม ปีคศ.1879 ที่เมืองอูล์มทางตอนใต้ของประเทศเยอรมนีบิดาของไอน์สไตน์เป็นชาวยิวมีชีวิตในวัยเด็กเหมือนเด็กทั่วไป

มีการกล่าวกันว่าจุดที่ทำให้ไอน์สไตน์มาสนใจวิทยาศาสตร์อย่างมากคือเข็มทิศในขณะนั้นเขามีอายุได้ 5 ปีและกำลังนอนป่วยอยู่บนเตียงบิดาได้นำเข็มทิศมาให้เล่นเขาใส่ใจและสนใจอยากรู้ว่าทำไมเข็มทิศจึงชี้ไปทางทิศเหนือและตั้งแต่นั้นมาเขาเริ่มสนใจทางคณิตศาสตร์และฟิสิกส์

หนังสือเรขาคณิตเป็นหนังสือที่เขาโปรดปรานมากเขาศึกษาเรขาคณิตจากหนังสือของยูคลิดอายุเพียง 12 ปีเขาทำความเข้าใจในเรื่องเรขาคณิตของยูคลิดเป็นอย่างดีครั้งเมื่อเติบโตขึ้นจนอายุเข้า 16 ปีเขาก็สามารถเรียนรู้หลักการทางคณิตศาสตร์ชั้นสูงหลายอย่างเช่น วิชาการแคลคูลัส และดิฟเฟอเรนเชียน การอินทิกรัลและกฎของนิวตันตลอดจนหลักการทางฟิสิกส์อีกมากมาย

วันหนึ่งในวัยเรียนหนังสือเขามองดูท้องฟ้าและจินตนาการว่าถ้าตัวเขาวิ่งไล่ตามแสงด้วยความเร็วเท่ากับแสงแล้วอะไรจะเกิดขึ้น เขาจะมองเห็นแสงหรือไม่ถ้าไล่ตามแสงด้วยความเร็วเท่ากับแสงความเร็วสัมพันธ์ของแสงจะเท่ากับศูนย์หรือไม่ถ้าแสงหยุดชงัก มันก็จะไม่มาถึงตาเราวัตถุทั้งหลายก็จะหายไปสิ่งนี้ทำให้เขาขบคิดอยู่ตลอดมา

ต่อมาเขาได้เข้ามหาวิทยาลัยและเลือกเรียนวิชาฟิสิกส์เป็นวิชาเอก เขาสนใจในวิชาฟิสิกส์อย่างมากเขาได้มีโอกาสศึกษาวิชาฟิสิกส์ของผู้ยิ่งใหญ่ที่ผ่านมาหลายคนจนใน ปี คศ. 1900 เขาสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยและได้สิทธิการเป็นพลเมืองสวิสหลังจากนั้นได้มีโอกาสทำการวิจัยที่หน่วยงาน จดทะเบียนลิขสิทธิ์สิ่งประดิษฐ์ที่เบิร์นประเทศสวิสเซอร์แลนด์ จากการทำวิจัยในวัยหนุ่มของเขานี้เอง ทำให้เขาได้พบกับทฤษฎีสำคัญยิ่งสามทฤษฎีคือทฤษฎีปรากฎการณ์โฟโตอิเล็กตริก การเคลื่อนที่แบบบราวเนียน และทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ

ในปี คศ.1909 มหาวิทยาลัยชูริกได้เชิญเขาเป็นอาจารย์และต่อมาได้รับแต่งตั้งให้เป็นศาสตราจารย์และได้ทำการสอนในอีกหลายมหาวิทยาลัย เช่นมหาวิทยาลัยปราก มหาวิทยาลัยโปลิเทคนิคแห่งสวิสมหาวิทยาลัยเบอร์ริชและไอน์สไตน์ยังได้แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลที่ทำให้เกิดการดึงดูดที่มีต่อการเดินทางของแสงซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าแสงเป็นอนุภาคซึ่งเป็นสิ่งที่โต้แย้งมานานว่า แสงเป็นอนุภาคหรือเป็นคลื่น การสรุปครั้งนี้ทำให้ทราบว่าแสงเป็นทั้งอนุภาคและคลื่น

ในปี คศ.1922 ไอน์สไตน์ได้รับรางวัลในสาขาฟิสิกส์ต่อมาในปี คศ.1933 ขณะที่เขามีอายุ 54 ปีที่เยอร์มัน นาซีได้ยึดอำนาจการปกครองไอน์สไตน์จึงหลบออกจากเยอรมันเข้าเป็นสมาชิกของศูนย์วิทยาศาสตร์ชั้นสูงของอเมริกาและใช้ชีวิตที่เหลือทั้งหมดในสหรัฐอเมริกา

เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่สองมีข่าวคราวว่าเยอรมนีกำลังพัฒนาระเบิดปรมาณูไอน์สไตน์กลัวว่าเยอรมนีจะพัฒนาระเบิดปรมาณูได้ก่อน จึงทำจดหมายถึงประธานาธิบดีโรสเวลท์เสนอให้ศึกษาการพัฒนาระเบิดปรมาณู

ขณะที่อเมริกากำลังพัฒนาระเปิดปรมาณูโดยใช้ชื่อโครงการว่าแมนฮัตตัน ในปี 1940 ไอน์สไตน์ได้ปฏิเสธที่จะร่วมในองค์กรพัฒนาระเบิดปรมาณูแต่การพัฒนาระเบิดก็ทำได้สำเร็จ และนำมาทิ้งที่ฮิโรชิมาและนางาซากิ

ชีวิตในปั้นปลายไอน์สไตน์ได้รณรงค์เรื่องการต่อต้านการผลิตอาวุธนิวเคลียร์เขาเสียชีวิตที่พรินซ์ตัน ในปี คศ.1955 ขณะที่มีอายุได้ 76 ปี

Credit : http://www.school.net.th
http://www.collectionscanada.ca

Comment

Comment:

Tweet

โอ้ว~ รู้สึกเหมือนได้ความรู้เพิ่มขึ้นเยอะเลยล่ะค่ะ

#7 By +++Mizumi+++ on 2006-03-18 16:13

แรงบันดาลใจของไอน์สไตน์คือ เข็มทิศ

แรงบันดาลชีวิตของเราคือ การ์ตูน(ไร้สาระจริงๆ เอิ๊ก)

แล้วอย่าลืมโรเบิร์ตของพวกเราด้วย 555
(นี่ฉันกำลังพาวินรี่จังออกนอกเรื่องเฉยเลยแฮะ...)
โอ้โห แฟนพันธุ์แท้ไอสไตน์เลยหรอเนี่ย

เดี๋ยวจะลองไปจ้องมองเข็มทิศมั่ง
สมชื่อเดะวิทย์แฮะ ตูดิ ไม่รู้ว่าไอจะตายเกิดวันไหน เหอๆเดะวิทย์ประสาไรหว่าช้าน...ลั้ลลา
ชอบไอน์สไตน์ เหมือนกันเลย
แต่ที่เค้าผ่าสมองมาพิสูจน์ตอนตาย อ่ะ
ข้าน้อยว่ามันจะไปเจออะร้าย ก็อายุตั้งเท่านี้แล้ว

#3 By ~ヽ(´▽`)ノ【tomoe】 on 2006-03-15 09:18

กร๊ากกก เราเกิด 14 มีนา เหมือนไอน์สไตน์เลย>w<
แต่ความฉลาดนี่ไม่เหมือนแฮะ= =a

#2 By Akina on 2006-03-14 23:58

สุดยอด
และแล้วหัวมันก็พาดึงไปหา FMA movie รู้สึกว่าผมจะบ้าจัดเลยนะเนี่ย

#1 By DarkZeusPDS on 2006-03-14 23:24